เริ่มต้นกันสักที่บทความทางคอมพิวเตอร์ ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่อง “การพัฒนา  GUI Application ด้วย  WxPython” แต่ลองมาคิดดูว่า ถ้ายังเล่น Python กันไม่เป็นเนี่ย การที่จู่ๆ จะให้มานั่งอ่านบทความการสร้าง GUI มันคงจะมึนน่าดู ดังนั้นแล้ว ผมก็เลยว่าแนะนำการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python กันก่อนสัก 2-3 บทความก่อนละกัน เวลาที่ไปดู WxPython จะได้ไม่มึนนัก

ทำไมต้อง Python?

หลายๆ คนถามผมบ่อยเหมือนกันว่าทำไมต้องใช้ Python ในเมื่อสถาบันศึกษาหลายแห่งก็ไม่เห็นบรรจุในหลักสูตรวิชา Basic Programming (ส่วนใหญ่สอน C, C++, หรือไม่ก็ Java) แสดงว่า Python มันไม่เจ๋งจริงรึเปล่า?

ถ้าให้สารภาพตามตรง เมื่อก่อนผมก็คิดว่าในเมื่อ C/C++ กับ Java มันทำได้ตั้งมากมายขนาดนั้นตั้งแต่งาน Low-Level ยัน High-Level แล้วผมจะหัดอีกภาษาเพิ่มให้มึนเพิ่มทำไมกัน แต่จากความบังเอิญ (แกมบังคับ) ที่ได้มาใช้งานมันจนถึงทุกวันนี้ ทำเอาผมแทบขี้เกียจกลับไปเขียน C++ เลยทีเดียว

Python เป็นภาษา Dynamic Object-Oriented Programming ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Guido von Rossum ในปี ค.ศ. 1990 (ปีนั้นผมยังเพิ่งเริ่มหัดพูดหัดเดินเอง :P ) และปัจจุบันถูกดูแลโดย Python Software Foundation (PSF) โดย Version ล่าสุดตอนนี้คือ Python 3.1 หรือเรียกอีกอย่างว่า Python 3000 หรือ Py3k (ไม่รู้ว่ากะจะใช้จนถึงปีค.ศ. 3000 รึเปล่า 555 :P ) รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถที่จะดูได้ที่ Official Site ที่ http://www.python.org

สิ่งที่ดึงดูดผมให้ชอบ Python ก็คือมันเป็นทั้ง Cross Platform และมี Open Source License ดังนั้นแล้วหมายความว่า

“ถ้าผมพัฒนาโปรแกรมสักตัวด้วย Python ผมสามารถที่จะเอาไปทำงานบน  Operating System ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น  MS Windows, Linux, หรือ OS/X เป็นต้น (Cross Platform) โดยที่ผมมีอิสระในการแก้ไข Library ต่างๆ ที่ Python ให้มา รวมถึงการนำ Software ที่พัฒนาขึ้นจาก Python ไปทำประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่โดย “ไม่เสียเงิน” ครับ  ^___^ (Open Source License)”

นอกจากนี้ตัวโครงสร้างและ Syntax ของภาษาค่อนข้างอ่านง่าย เข้าใจง่าย และมี Object ด้าน Data Structure รองรับอยู่หลายแบบแล้ว ทำให้ Python เป็นของ “ฟรี” และของ “ดี” ที่ช่วยให้พัฒนาโปรแกรมได้เร็วขึ้น มันจึงเพิ่มความมันส์ในการเขียนโปรแกรมให้กับ Programmer หลายคน (รวมถึงผมด้วย ^___^)

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า โครงสร้างมันเขียนง่ายอ่านง่ายยังไง ลองมาดูตัวอย่างกันนิดหน่อยดีกว่า ว่าระหว่าง Java กับ Python เขียนอ่านยากง่ายต่างกันยังไง

เริ่มจะสนุกแล้วคลิกข้างล่าง เพื่ออ่านต่อได้เลยนะครับ ——>>>> อ่านเพิ่มเติม ….. >