ข้อคิดจากงานสัมมนาเรื่องอนาคตของธุรกิจหุ่นยนต์

Posted by | July 8, 2012 | Robotics | No Comments
xconomoy-future-of-robot
ผมเอาข่าวมาฝากจาก Thairobotics เรียบเรียงโดยน้อง igko ตอนนี้ทางพวกเรากำลัง เฝ้าติดตามข่าวการ Startup บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก โดยทิศทางตอนนี้ มีการเปิดบริษัทเทคโนโลยีหุ่นยนต์หน้าใหม่บ่อยขึ้น และ นักลงทุนมีเม็ดเงินที่จะลงทุนสูงในงานทางด้านหุ่นยนต์นี้
จากข่าวที่ผ่านมา มีบริษัท amazon ซื้อบริษัท kiva system ที่ผลิตหุ่นยนต์ ช่วยจัดการ logistic ผ่านในโรงงาน เป็นมูลค่าสูง ทางผมก็หวังว่าสักวัน เราจะเจอหนทางเติบโด ได้เป็นบริษัทใหญ่ระดับโลกกับเขาได้ เอาล่ะมาอ่านข่าวกันดีกว่า
 

 จากข่าวเก่าที่พูดถึงงานสัมมนาเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทด้านหุ่นยนต์ใน Silicon Valley จัดโดย Xconomy ได้มีผู้สรุปประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจหุ่นยนต์จากงานนี้ดังนี้ครับ

  • ธุรกิจหุ่นยนต์ต้องใช้เงินทุนสูง เนื่องจากต้องมีค่าอุปกรณ์ เครื่องมือ และใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะทางมาก ๆ เมื่อเทียบกับธุรกิจซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจหุ่นยนต์ต้องใช้เวลานานกว่าจะเริ่มทำเงิน ระยะเวลาการพัฒนาหุ่นยนต์นานกว่าซอฟต์แวร์ หากซอฟต์แวร์มีบั๊กสามารถแก้ไขได้รวดเร็วกว่าการซ่อมหุ่นยนต์ในกรณีหุ่นยนต์ พัง นอกจากนี้การที่ลูกค้าจะปรับตัวยอมรับหุ่นยนต์ก็ยังอาศัยเวลานาน
  • การนำหุ่นยนต์มาใช้งานยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (เข้าใจว่าหมายถึงหุ่นยนต์ที่ไม่ใช่แขนหุ่นยนต์อุตสาหกรรม) หุ่นยนต์ถูกพัฒนามากในวงการศึกษา วิจัย และในทางทหาร เพิ่งมีเพียงไม่กี่บริษัทที่ประสบความสำเร็จในเชิงการค้า เช่น iRobot, Kiva Systems, Adept Technology บริษัทเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสอีกมากที่จะนำหุ่นยนต์มาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ
  • บริษัทหุ่นยนต์หลายบริษัทประสบความสำเร็จเพราะเน้นการนำหุ่นยนต์ไปช่วยแก้ปัญหาเฉพาะทาง เช่น iRobot Roomba ทำแค่ดูดฝุ่น
  • ธุรกิจหุ่นยนต์ต้องเจาะสู่ตลาดที่มีความต้องการสูง จากข้อก่อนหน้าที่ว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จเป็นเพราะนำหุ่นยนต์ไปใช้ เฉพาะทาง แต่งานเฉพาะทางนั้นต้องเป็นงานที่แก้ปัญหาที่ประสบกันเยอะ เช่น Kiva Systems เป็นแค่หุ่นยนต์ลำเลียงของในโกดัง (ทำหน้าที่เฉพาะทางมาก) แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโกดังซึ่งโกดังที่มีความต้องการระบบแบบนี้ มีอยู่เป็นจำนวนมาก
  • หุ่นยนต์ดูเจ๋งในสายตาวิศวกร แต่เป็นฝันร้ายของนักการตลาด เพราะวิศวกรสามารถปรับเติมเสริมแต่งหุ่นยนต์ไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แต่นักการตลาดต้องการขอบเขตที่ชัดเจนว่าหุ่นยนต์ทำอะไรได้ และต้องการทำให้ราคาถูก
  • เทคโนโลยีหุ่นยนต์จะสามารถนำอุตสาหกรรมการผลิตกลับสู่สหรัฐอเมริกา หรือประเทศในยุโรปได้ เพราะหุ่นยนต์จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงพอที่จะสู้ค่าแรงในประเทศจีนได้
  • เนื่องจากการพัฒนาหุ่นยนต์มีต้นทุนสูงและใช้เวลานาน นักลงทุนจึงสนใจกับการลงทุนในบริษัทซอฟต์แวร์มากกว่า การขาดเงินลงทุนทำให้หลายบริษัทติดอยู่แค่ช่วงวิจัยและพัฒนา ไม่สามารถไปต่อได้
  • ต้นทุนอุปกรณ์ที่ถูกลง จะทำให้ธุรกิจหุ่นยนต์เติบโตได้ดี สมัยก่อนเซนเซอร์ อุปกรณ์ต้นกำลัง อุปกรณ์ประมวลผลต่าง ๆ มีราคาสูง ทำให้หุ่นยนต์มีราคาสูง ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่เมื่อราคาอุปกรณ์เหล่านี้ถูกลง และมีการเปิดเผยแนวทางพัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ (opensource hardware) ทำให้ต้นทุนการพัฒนาหุ่นยนต์เริ่มถูกลงและเข้าถึงได้
  • อย่าให้ความสนใจกับตัวหุ่นยนต์ สนใจผลลัพธ์ที่ต้องการ หุ่นยนต์เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นอย่ายึดติดว่าหุ่นยนต์จะต้องออกมามีหน้าตาเหมือนหุ่นยนต์ในภาพยนต์ ตัวอย่างเช่น บริษัท iRobot ผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roomba ออกมาเป็นทรงกระบอกแบน ๆ บริษัท Kiva Systems พัฒนาหุ่นยนต์จัดการในโกดังก็พัฒนาหุ่นยนต์สี่เหลี่ยม มีล้อ วิ่งไปมา บริษัท Willow Garage พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาหุ่นยนต์ อย่าสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาแล้วหาทางขายมัน แต่หาปัญหาที่ต้องการแก้แล้วพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมา ทดสอบ ปรับปรุง ฟังความเห็นจากลูกค้า แล้วรีบแก้ไข
  • ธุรกิจหุ่นยนต์จะไม่ได้เติบโตแบบยิ่งใหญ่ แต่จะเป็นธุรกิจที่นำหุ่นยนต์ไปใช้ในงานเฉพาะทางบางอย่าง และค่อย ๆ ขยายไปสู่งานอื่น ๆ เรื่อย ๆ เช่น งานเกษตร งานบริการ งานสาธาณสุข

เห็นได้ว่าเริ่มมีผู้ให้ความสนใจในธุรกิจหุ่นยนต์มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เราคงเห็นยุคธุรกิจหุ่นยนต์รุ่งเรืองในไม่ช้า

ที่มา ข้อคิดจากงานสัมมนาเรื่องอนาคตของธุรกิจหุ่นยนต์

About chang

ชื่อ “ช้าง” ส่วนมากเขาจะเรียกว่า “พี่ช้าง” แล้ว มีความสนใจทางเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และ หุ่นยนต์ เป็นทั้งนักคิด นักประดิษฐ์ ชอบทดลองเล่น จนเดี่ยวนี้รู้สึกว่าจะเล่นมากกว่ามืออาชีพไปสักแล้ว